รีวิว V-BEAM

V Beam  Laser ที่เป็นที่นิยมสูงสุดทั่วโลก ถือเป็น Gold Standard สำหรับกลุ่ม Vascular Lasers ทั้งหมด มาเป็นระยะเวลามากกว่า 15 ปี มีผลงานวิจัยทางการแพทย์รับรองผลมากกว่า 300 งานวิจัย

 

 หลักการทำงาน V Beam

 

V Beam Laser จัดเป็น pulsed dye laser ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาความผิดปกติของเส้นเลือดในรูปแบบต่างๆ โดยไม่ทำให้เกิดการทำลายเนื้อเยื่อหรือผิวบริเวณที่ทำการรักษา เช่น เส้นเลือดฝอยบนใบหน้า เส้นเลือดฝอยที่ขา แผลเป็นนูน ปานแดง ผิวบริเวณคอและหน้าอกเป็นสีแดงผิดปกติ รอยแตกลาย หูด รอยแดงสิว ฝ้าเส้นเลือด รอยแดงข้างจมูก(เซ็บเดิร์ม)และริ้วรอย ฯลฯ โดย ที่มีความยาวคลื่น 595 nm ซึ่งถือว่าเป็นช่วงคลื่นที่มีเป้าการทำลายที่เส้นเลือดจากเฉพาะเจาะจงที่สุด โดยมีหลักการทำงานดังนี้ แสงจากจุดคลื่น 595 nm ของ V-beam จะ ไปทำให้เส้นเลือดที่ผิดปกติใต้ผิวหนังอันเนื่องจากการอักเสบ เช่น รอยแดงสิว รอยดำใต้ตา รอยแผลเป็น จางหายไปและยังไปกระตุ้นทำให้เกิดการสร้างเส้นเลือดใหม่ ( new Vascularlization) ซึ่งทำหน้าที่นำอาหารมาสู่ผิวหนังมากขึ้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งผลจากการรักษาจะได้ผล รอยโรค เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

 

วีดีโอสาธิตการทำงาน

 ความปลอดภัยในการรักษา

 

V-Beam Laser จะมีลำแสงเลเซอร์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิว โดยมีระบบพ่นความเย็นที่ให้ความ ละเอียดสูงผสานไปกับลำแสงเลเซอร์ที่มีความเที่ยงตรงสูง ทั้งในแง่พลังงานและ ระยะเวลาการปล่อยแสงเลเซอร์ที่แม่นยำ ส่งผลให้มีประสิทธิภาพในการรักษาสูง พร้อมกับมีระบบป้องกันผิวหนังชั้นบน DCD และระบบให้พลังงานที่ปรับเปลี่ยนได้ทำให้การทำเลเซอร์สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

 

ข้อบ่งชี้ ของ  V-Beam Laser ปัจจุบันได้นำมารักษาปัญหาต่างๆ เหล่านี้

 

1. เส้นเลือดฝอยแตกขยายบริเวณหน้าและขา (Facial and Leg Talangiectasia)

2. หน้าแดงที่เกิดจากเส้นเลือดฝอยแตกขยายผิดปกติ (Rosacea)

3. เส้นเลือดฝอยแตกขยายผิดปกติที่บริเวณคอ (Poikiloderma of Civatte)

4. รอยแดงนูนที่เกิดจากการผิดปกติของเส้นเลือด (Angiomas)

5. ปานแดง (Hemangiomas, Port winr stains)

6. ความผิดปกติของเส้นเลือดที่ปาก (Venoud lakes)

7. ริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า (Peniorbital Wrinkles)

8. รอยกระตื้น (Epidermal Pigmented)

9. สิวอักเสบ (Imflammtory Acne Vulgaris)

10. ลดสิวอักเสบ (Post Acne erythema)

11. รอยแดงจากแผลเป็นและแผลผ่าตัด (Hypertrophic Scar)

12. หูด (Wart)

13. โรคสะเก็ดเงิน (Psoriasis)

14. ภาวะฟกช้ำ ( Bruising) หลังทำศัลยกรรม หรือรอยฟกช้ำอื่นๆ ( Ecchymosis)

15. คนที่มีปัญหา หน้าบาง หน้าแดงได้ง่าย หรือผิวหน้าที่ติดเสตียรอยด์

16. คนที่มีปัญหาเซ็บเดิร์ม(Seborrheic dermatitis) ตามร่องจมูก หัวคิ้ว

 

ขั้นตอนการรักษาด้วย V beam laser

 

  • หลังจากทำความสะอาดผิวและสวมแว่นป้องกันแล้วเริ่มทำการรักษาได้เลย ไม่ต้องทาเจลใดๆ

  • ในระหว่างการรักษาคุณจะรู้สึกเหมือนผิวถูกดีด มีสเปรย์เย็นถูกพ่นลงมาเพื่อป้องกันผิวชั้นบนและ

    ช่วยให้เจ็บน้อยลง

  • หลังการรักษาอาจมีการใช้ ice-pack ประคบบางจุด ผิวจะเป็นสีชมพูๆ ในกรณียิงเส้นเลือดอาจ

    จะมีจ้ำเลือดได้บ้าง แต่จะไม่มีแผลเปิด สามารถล้างหน้าและแต่งหน้าได้ตามปกติ หลีกเลี่ยง

    แสงแดดและทาครีมกันแดดหลังทำเลเซอร์

  • V beam Facial Rejuvenation มีการใช้ V beam ในการรักษาผิวหน้า ช่วยให้ผิวหน้า

    กระจ่างใส ลดรอยกระ จุดด่างดำชนิดตื้น รูขุมขนกระชับขึ้น ริ้วรอยรอบตาบางลง ได้ผลดีน่า

    พอใจมาก นิยมทำทุก 2-4 สัปดาห์

  • V beam for Acne การใช้ V beam รักษาสิว จะช่วยลดอาการแดงอักเสบของสิวได้

    ช่วยให้สิวแห้งและหายเร็วขึ้น สำหรับคนที่มีสิวที่เป็นก้อน (nodular acne) หรือสิวเรื้อรัง

    หายยาก แนะนำให้ทำ V beam Laser ควบคู่กับ CoolTouch Laser เพื่อจัดการที่ต่อม

    ไขมันด้วย พบว่าลดสิวประเภทนี้ได้ผลดีและเร็วกว่า ในระยะแรกที่มีสิวอักเสบมากแนะนำให้

    รักษาทุก 1 สัปดาห์

  • V beam รักษารอยแดงสิว ได้ผลดีมากๆ เมื่อเปรียบเทียบกับการใช้ IPLs

  • ในการรักษาเส้นเลือด ส่วนมากทำ  2-3  ครั้ง ควรมาทำซ้ำที่ 2-4 สัปดาห์ ตามคำแนะนำ

    ของแพทย์

  • สำหรับการรักษาแผลเป็นจากการบาดเจ็บหรือแผลผ่าตัดนั้น มีข้อแนะนำให้เริ่มทำเร็ว

    ที่สุดหลังผิวพร้อม ลดโอกาสที่จะเกิดแผลเป็นนูนได้ สำหรับแผลเป็นนูนที่ยังมีสีแดงรักษา

    ด้วย V beam ได้

 

ข้อดีของ วีบีม (V-beam)

 

1. สามารถรักษาปัญหาผิวพรรณต่างๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพในคราวเดียวกัน เช่น สิว รอยแดงสิว ริ้วรอย กระ รอยดำต่างๆ รวมทั้งเส้นเลือดขยาย

2. ใช้เวลาในการรักษาสั้น เพียง 10-15 นาทีต่อครั้ง

3. ไม่เจ็บ ไม่ต้องทายาชา หรือฉีดยาชาก่อนการ รักษาเลย

4. สามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้ ทันทีหลังจากการรักษาครั้งแรก ซึ่งจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้ารับ การรักษาอย่างต่อเนื่อง

5. มีความปลอดภัยสูง และได้ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจาก อย.ประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา ซึ่งยืนยันในมาตรฐานสูงสุด

6. ไม่มีบาดแผลหลังทำ สามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ

 

ผลข้างเคียงของ วีบีม (V-beam)ที่พบได้

 

1. บริเวณที่ยิง เช่น รอยแดงสิว อาจจะพบดำคล้ำขึ้นได้ 2-3 วัน หลังจากนั้น รอยแดงจะค่อยๆ ลดลง จนหายเป็นปกติ

2. กรณียิงรักษาเส้นเลือดที่ผิดปกติ (telangiectasia) อาจจะพบว่าเส้นเลือดฝอยหลังยิง อาจจะแตก แล้วทำให้เกิดเลือดกระจายในชั้นผิวหนังที่เรียกว่า Purpura เหมือนรอยช้ำ ห้อเลือดทั่ว ๆ ไป จะเป็นประมาณไม่กี่วัน ก็จะค่อยๆ จางหายไปเอง แล้วเส้นเลือดฝอยดังกล่าวก็จะค่อยๆ หายไป

           ในเมืองไทย V-Beam เลเซอร์ ฝ้า กระ ที่ได้รับความนิยมมากๆ คือ การนำ V-Beam Laser มารักษารอยแดงจากสิว เพราะเป็นการรักษาที่ไม่เจ็บ,หลังทำเลเซอร์ไม่มีสะเก็ดแผล สามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ และใช้เวลาในการรักษาที่รวดเร็ว โดยใช้เวลาเพียง 15 นาทีในการทำเลเซอร์ รอยแดงจากสิวจะมีสีเข้มขึ้นเพียงเล็กน้อยแล้วจึงค่อยๆ จางลง รอยแดงจากสิว ปกติจะยิงเลเซอร์ตัวนี้ทุก 2 สัปดาห์ ยิงเลเซอร์ 4-6 ครั้ง นอกจากจะทำให้รอยแดงจางลงแล้ว ยังทำให้หน้าใสขึ้นด้วย นอกจากนี้ V-beam ยังช่วยในการรักษาสิว และหลุมสิว ให้ดีขึ้นด้วยตามลำดับ สามารถเห็นผลการรักษาได้ในครั้งแรกและถ้าทำต่อเนื่อง ประมาณ 3-5 ครั้ง จะดีขึ้นประมาณ 75-90% ตามลำดับ