ร้อยไหม คืออะไร?

surgery
การร้อยไหม คือ เทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่ไม่กระชับ หย่อนคล้อย ให้กลับมากระชับ เต่งตึง เข้ารูป รวมทั้ง สามารถช่วยในเรื่องของการปรับโครงหน้า หรือแก้ปัญหาเฉพาะจุด ด้วยการนำเส้นไหมชนิดพิเศษมาร้อยเข้าใบบริเวณใต้ผิวหนัง เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ มีผลทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนรอบๆ เส้นไหม ซึ่งทิศทางการร้อยของเส้นไหมที่สานกันเป็นร่างแห จะทำให้เกิดแรงตึง แรงยกกระชับในชั้นผิวหนัง ใบหน้าจึงดูเต่งตึง ยกกระชับขึ้นหลังการร้อยไหม โดยเห็นผลครั้งแรกหลังทำภายใน 1- 2 อาทิตย์ และเห็นผลได้ชัดเจนขึ้นในอีก 1-2 เดือนถัดมา วิธีนี้ไม่ใช่การผ่าตัด จึงไม่มีแผลขนาดใหญ่ อาจมีรอยเข็มเล็กๆ เท่านั้น หลังทำจึงไม่ต้องพักฟื้น ล้างหน้า แต่งหน้า ทาครีมได้ตามปกติ แต่อาจมีรอยเขียวช้ำเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ไม่เกิน 1 อาทิตย์ก็จะค่อยๆ ลดเลือนหายไป


Clip_2-15
การร้อยไหม เหมาะกับใคร?

ถ้าปัญหาความงามเกิดได้กับทุกวัย การร้อยไหม ก็เหมาะกับทุกวัยเช่นกัน เพราะไม่ว่าคุณจะเป็นสาว วัยรุ่น หรืออายุมากขึ้น คุณสามารถร้อยไหมเพื่อกระชับผิวได้เช่นเดียวกัน นอกจากเรื่องอายุแล้ว ผู้ที่ประสพปัญหาโครงหน้าไม่สวย ไม่เข้ารูป ผิวหย่อนคล้อย ก็สามารถร้อยไหมเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้นได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณกังวลกับปัญหาเหล่านั้นหรือไม่

การร้อยไหม มีกี่ประเภท? มีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร ซึ่งแบ่งความแตกต่าง โดยขึ้นอยู่กับไหมที่ใช้ คือ

1431932814516

1. ไหม Aptos threads หรือ Feather-Lift

ไหมชนิดนี้เป็นไหมที่ไม่ละลาย (monofiliment material – “polypropylene”) มีลักษณะเป็นก้างปลา ปัจจุบันไม่เป็นที่นิยมแล้ว เพราะมักเกิดปัญหา เมื่อใช้ไปเป็นระยะนานๆ ตัวก้างปลามักจะหัก ทำให้ผิวให้ผิวหน้าที่เคยตึง กระชับ กลับมาหย่อนคล้อยลงได้อีก หรือ อาจมีแง่งไหมโผล่ออกจากผิว ทำให้ต้องไปผ่าเอาออก

2. ไหมทอง หรือ Gold Thread

เป็นการนำไหมที่ทำด้วยทองคำบริสุทธิ์ 99.99% ขนาดประมาณเส้นผม ร้อยเป็นลักษณะโครงตาข่ายในชั้นผิวหนัง ซึ่งไหมทองจะช่วยกระตุ้มการสร้างคลอราเจนและผังพืดใต้ชั้นผิวได้ดี แต่การร้อยไหม โดยใช้ไหมทอง ก็ข้อจำกัด คือ มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง และ หลังร้อยไหมแล้ว ต้องหลีกเลี่ยงการทำเลเซอร์บางตัว เพราะเลเซอร์บางตัวอาจทำให้ไหมทองขาดได้ และไม่เหมาะในผู้ที่แพ้โลหะ เพราะอาจทำให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย เมื่อเกิดการแพ้แล้ว อาจต้องรักษาโดยการผ่าตัด ข้อจำกัดอีกข้อ คือ ไหมทอง สามารถอยู่ในร่างกายเราได้ 8 – 15 ปี เลยทีเดียว ซึ่งถือว่านานมาก ถ้าคุณ กังวลเรื่องสารตกค้าง ก็ควรเลี่ยงวิธีนี้จะดีกว่า

3. ไหม PDO (polydioxanone)

หรือไหมละลาย ข้อดีคือ ไหมละลายสามรถละลาย หายไปเอง ภายใน 6-8 เดือน แต่ช่วยกระชับผิว ได้ 2-3 ปี ไม่เหลือตกค้างให้เกิดผลข้างเคียงภายหลัง ไหมละลายเป็นไหมที่ใช้ในการเย็บกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด ดังนั้นโอกาสแพ้เกือบ 0% ซึ่งน้อยมาก และการร้อยไหมชนิดนี้ ราคาจะถูก เห็นผลหลังทำทันที่ 20 – 30% จากนั้นต้องรอ 6 – 8 สัปดาห์ เพื่อเห็นผลเต็มที่ ข้อดีอีกข้อ คือ หลังจากร้อยไหมเสร็จ ไม่ต้องพักฟื้น สามารถไปทำงานได้เลย หรือหากมีรอยช้ำบ้าง สามารถทาแป้ง หรือใช้คอนซีลเลอร์ปิดทับได้เลย
นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ฉีดกฏการร้อยไหม ที่ให้มากกว่า การร้อยไหมหน้าเรียว แบบธรรมดา…

4. ร้อยไหม Barb ก้างปลาเส้นใหญ่
นวัตกรรมใหม่ล่าสุด ฉีดกฏการร้อยไหม ที่ให้มากกว่า การร้อยไหมหน้าเรียว แบบธรรมดา ด้วยเส้นไหม barb ก้างปลา เส้นใหญ่ ทิศทาง Bi directional เป็น bi directional barbed wire เทคนิคใหม่ของอเมริกา และเกาหลี ให้ผลเทียบเท่าการทำศัลยกรรมดึงหน้า เห็นผลทันที ไม่บวม มีแค่รอยดำ คล้ายรอยสิวเล็กๆ ตรงทางเข้าออกไหม เดี่ยวจะจางหายไปเองคะ และแพทย์จะซ่อนไว้ที่กรอบหน้า ไม่ให้เห็นชัด ไม่ต้อง กังวลเรื่องรอยดำ หรือรอยแผลคะ ทั่วหน้าใช้เพียง 4-10 เส้น ยกทันที ไม่ต้องพักฟื้น