ศัลยกรรมปากกระจับ

ศัลยกรรมผ่าตัดริมฝีปากบาง หรือปากกระจับ หรือ ปากปีกนก

เทรนใหม่กำลังมาแรง สำหรับวัยรุ่น ที่มีริมฝีปากไม่สวย ต้องการแรงเสห์ดึงดูดคนด้วย ริมฝีปาก เวลายิ้ม หรือ ปกติ หลายๆ คน ดดนทักว่าทำไมหน้าปูด หรืออมทุกข์  ให้เข้ามาปรึกษาที่ทางคลินิกได้ คะ ทางเรามีการแก้ไข รูปทรงปาก ให้มีเสห์ เราสามารถทำปากได้สองแบบ ทั้งปีกนก หรือ กระจับ ขึ้นกับความต้องการของคนไข้  เรื่องรูปแบบควรมั่นใจก่อนทำเพราะไม่สามารถเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้หลายครั้ง ในตรงนี้หมอแนะนำ ควรหารูปแบบจากดารา เข้าปรึกษาแพทย์ ก่อนทำการผ่าตัดนะคับ

การเตรียมตัวก่อนการผ่าตัด

  1. ควรนำรูปแบบของปากที่เราต้องการมาด้วย
  2. งดยาแก้ปวดกลุ่ม Aspirin  สมุนไพร บางชนิด เช่น อีฟนิ่งพริมโรส ยาวิตามินอีปริมาณสูง ๆ  แปะก้วย อาจทำให้เลือดออกมากผิดปกติหรือมีปัญหาระหว่างผ่าตัด ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพราะอาจต้องหยุดรับประทานสมุนไพรก่อนเข้ารับการผ่าตัด 7 – 10 วันก่อนผ่าตัด
  3. เตรียมหยุดงานประมาณ 2-3 วัน
  4. ทานอาหารให้อิ่มก่อนผ่าตัด ไม่ควรงดอาหาร
  5. ควรแปรงฟันก่อนมาผ่าตัด เพื่อลดการสะสมของแบททีเรียในช่องปาก
  6. ควรแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวของคุณ เช่น เบาหวาน,โรคหัวใจ และยาที่แพ้ เช่น เพนนิซิลิน,ซัลฟา ฯลฯ

ขั้นตอนการผ่าตัด

1. คุณหมอทำการวาดรูปทรงปากที่ต้องการ

2. จากนั้นคุณหมอจะฉีดยาชาเข้าด้านในของริมฝีปาก แบ่งเป็นปีกซ้ายและขวาปีกละ 2 เข็ม (เจ็บนิดหน่อยแต่ทนได้ คล้ายการฉีดยาชาถอนฟัน)

3. คุณหมอจะทำการนวดปากเบาๆเพื่อกระจายตัวยา (เริ่มชา)

4. คุณหมอ Test อาการชาของปาก โดยการใช้เข็มจิ้มไปตามริมฝีปากทุกส่วน หากรู้สึกเจ็บ คุณหมอจะเพิ่มยาชาให้ (ตอนนี้ชามากจนแทบไม่รู้สึก)

5. เมื่อปากพร้อมและไม่มีความรู้สึกแล้ว คุณหมอจะลงมือใช้ใบมีดกรีดที่บริเวณริมฝีปาก เพื่อเปิดแผล และมีการใช้เลเซอร์เข้ามาร่วมด้วยในการเปิดชั้นเนื้อ

6. จากนั้นคุณหมอจะตัดชิ้นเนื้อส่วนเกินออกไป ตามปริมาณที่คุณหมอได้คาดเอาไว้ และเช็คความสมดุลของรูปปาก ให้เหมาะสม

7. เมื่อได้ทรงปากที่พอใจ คุณหมอจะทำการเย็บปิดปากแผล เป็นอันเสร็จสิ้น

**การผ่าตัดใช้เวลาประมาณ 15 ถึง 20 นาที หากทำทั้งบนและล่าง ไม่เกิน 1 ชั่วโมง**

หลังผ่าตัด 

โดย ส่วนใหญ่แล้วการทำศัลยกรรมปากบางจะเห็นผลที่ชัดเจนและได้รูปปากที่แน่นอน จะต้องใช้เวลาทั้งสิ้น 3 เดือน ขึ้นไป ซึ่งในช่วง 1 ถึง 2 เดือนแรก รูปปากอาจยังไม่คงที่ และอาจเกิดการผิดรูป หรือปากไม่เท่ากันได้อย่าเพิ่งตกใจ เพราะเกิดจากการ พยายามหดตัวของกล้ามเนื้อ ให้ได้ตามที่คุณหมอได้เย็บเอาไว้ นอกจากนี้ยังเกิดจากก้อนเนื้อไตที่ยังไม่อ่อนตัว ฉะนั้นการผิดรูป จึงเป็นเรื่องปกติในช่วงเดือนแรกๆ (ภาพลักษณะการเบี้ยวผิดรูป หรือปากไม่เท่ากัน เป็นเรื่องปกติ เกิดขึ้นได้ในช่วงเดือนแรก) การทำกายภาพริมฝีปากหลังตัดไหม การทำกายภาพถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะจะช่วยให้รูปปากนั้นเข้ารูปได้เร็วขึ้น ลดอาการริมฝีปากไม่เท่ากัน โดยมีวิธีง่ายๆ คือการหมั่นใช้นิ้วมือ คลึงนวดปากเบาๆอย่างต่อเนื่อง หรืออาจจะใช้วิธีการเม้มปากเข้ามาช่วย นอกจากนี้ การฝึกยิ้มบ่อยๆ การอ้าปากกว้างๆ และการพูดคุยเยอะๆ ก็จะช่วยให้กล้ามเนื้อปากผ่อนคลายได้ดีขึ้นและลดอาการตึงชา ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับความมีวินัยและความขยันของตัวคนไข้ด้วย ยิ่งนวดมากเท่าไหร่ ปากก็จะเข้ารูปเร็วเท่านั้น

ข้อปฎิบัติหลังการผ่าตัด

  1. หลังจาการผ่าตัดเสร็จแล้ว ให้ประคบเย็นบ่อยๆ ควรประคบเย็นบริเวณใกล้เคียงแผล ประมาณ 3 วัน ความเย็นจะช่วยลดอาการบวมและเขียวช้ำได้ เช่น การรับประทานไอศกรีม หรืออมน้ำแข็งก็สามารถช่วยได้
  2. หลังการผ่าตัดให้นอนหนุนหมอน 2 ชั้น ประมาณ 1วัน
  3. เวลาล้างหน้าต้องระมัดระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ ควรนำผ้าหรือสำลีชุบน้ำ เช็ดทำความสะอาดประมาณ 7 วัน ถ้าหากแผลเริ่มตกสะเก็ดก็สามารถใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาด แผลได้
  4. ไหมบริเวณปากเป็นไหมละลาย ไหมจะละลายไปเองภายใน 1 เดือน
  5. กรณีไหมตัด ทางคลินิกจะนัดมาตัดไหม 1 สัปดาห์ หรือมากกว่านั้นขึ้นอยู่กับการติดกันของแผล
  6. เลือกรับประทานอาหารที่มีรสอ่อนห้ามรับประทานอาหารที่มีรสเค็มจัดหรือ เผ็ดจัด และห้ามรับประทานของร้อนโดยเด็ดขาด  ควรรับประทานอาหารที่เป็นของเย็นประมาณ 10 วัน
  7. งดรับประทานอาหารหมักดอง และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ สัปดาห์ เนื่องจากอาหารประเภทนี้เป็นของแสลง อาจทำให้ปากที่หายบวมแล้วกลับมาบวมอีกครั้ง
  8. ควรบ้วนปากเช้า เย็น และหลังรับประทานอาหารทุกมื้อ
  9. อย่าแปรงฟันแรงมากเกินไป เพราะอาจทำให้กระทบกระเทือนแผลได้ และเลือกใช้ยาสีฟันที่มีรสอ่อนนุ่ม
  10. ทายาป้ายแผลบริเวณที่เป็นแผล เช้า เย็น ทุกวัน
  11. ปากจะเข้าที่ประมาณ 1 เดือน จึงจะเป็นปกติ
  12. การนวดปากทุกวัน และบ่อยๆ ติดต่อกันหลังตัดไหมนาน 3 เดือน จะช่วยลดขนาด ของไตเนื้อ และทำให้ปากเข้ารูปเร็วขึ้น

ข้อควรระวัง

อุปกรณ์และสิ่งที่ต้องมีเกี่ยวกับการรับประทานอาหารหลังการผ่าตัด

1.ช้อน ทานอาหาร ควรใช้ช้อนที่มีขนาดเล็กกว่าปกติ หรือช้อนกาแฟ จะทำให้สะดวกมากขึ้นในการทานอาหาร เพราะในช่วงก่อนการตัดไหม ปากจะตึงและอ้าปากกว้างไม่ได้ การใช้ช้อนขนาดเล็กจะช่วยทำให้การกินอาหารนั้นคล่องขึ้น และลดความเสี่ยง การปริของรอยแผลผ่าตัดได้

2.หลอดดูดน้ำและขวดใส่น้ำดื่ม สำหรับการทานน้ำในกรณีของคนที่ทำทั้งริมฝีปากบน-ล่าง ในช่วงระยะแรกก่อนการตัดไหม จะค่อนข้างลำบากมากกว่า คนที่ทำแค่ริมฝีปากบน เพราะแม้แต่การดูดน้ำด้วยหลอดก็ลำบาก ฉะนั้นการดื่มน้ำโดยการใช้แก้วโดยตรงนั้นตัดไปได้เลย เนื่องจากอาการตึงและบวมของปาก ทำให้การบังคับปากเพื่อดูดหลอดน้ำนั้นเป็นไปได้ยาก ควรใช้ขวดน้ำนักกีฬา ที่สามารถบีบน้ำเข้าปากได้เลย จะสะดวกกว่ามาก แต่ในกรณีของคนที่ทำแค่ริมฝีปากบน ยังคงใช้หลอดดูดได้ตามปกติ

3.อาหาร เปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ยังทานได้ตามปกติ แต่ควรงดของหมักดอง แอลกอฮอลล์ ของไม่สุก และของแสลงทุกชนิด ระวังไม่ให้อาหารโดนริมฝีปากเพราะจำทำความสะอาดลำบาก ควรทานอาหารที่มีลักษณะเหลวเพื่อง่ายต่อการเอาเข้าปาก แต่อย่างไรก็ตาม การทานคุ๊กกี้ หรือ เวเฟอร์ ที่มีลักษณะเป็นชิ้นเล็กๆ ก็ยังสามารถทานได้