ฟักทอง

2015-05-24-14-29-01

ฟักทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Decne. ฟักทองแบ่งออกเป็นสองตระกูล อย่างแรกก็คือ ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) จะมีผลใหญ่ เนื้อยุ่ย และอีกตระกูลคือตระกูลสควอช (Squash) ซึ่งได้แก่ฟักทองไทยและฟักทองญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น ผิวของผลขณะยังอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีเหลืองสลับเขียว ผิวขรุขระเล็กน้อยโดยเปลือกจะมีลักษณะแข็งเนื้อในมีสีเหลือง พร้อมด้วยเมล็ดสีขาวแบนๆ ติดอยู่

ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเช่น วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ เป็นต้น

ฟักทอง ยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะฟักทองมีกากใยที่สูงมาก มีแคลอรี่และไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพียงแค่รับประทานฟักทองหนึ่งถ้วยหรือ 3 กรัมจะทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น

ประโยชน์ของฟักทอง

ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยความแก่ชราช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิว ให้เปล่งปลั่งสดใส และช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่นประโยชน์ฟักทอง ช่วยบำรุงและรักษาสายตาฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกายช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายน้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาทเมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotinin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อยกากใยสูงฟักทองมีกรดโปรไพโอนิคซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลงมีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็งมีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ และโรคหัวใจช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอวมีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนังเปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดป้องกันการเกิดโรคเบาหวานช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหลังจากร่างกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพรากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอฟังทอกจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่ายฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดีช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะสรรพคุณของฟักทอง มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะสรรพคุณฟักทอง ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้นช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติช่วยขับพยาธิตัวตืด โดยนำเมล็ดฟักทองประมาณ 50 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำตาล นม และเติมน้ำลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แล้วนำมาแบ้งรับประทานเป็น 3 ครั้ง ทุกๆ 2 ชั่วโมงช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรงรากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ถอนพิษของฝิ่นได้เยื่อกลางของผลฟักทอง สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวด และอักเสบได้ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง อย่าง น้ำฟักทองคั้นสด พายฟักทองนำมาใช้ในการประกอบอาหารได้ย่างหลากหลาย เช่น ซุปฟักทอง แกง กินกับน้ำพริก เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของฝักทอง ต่อ 100 กรัม

พลังงาน 26 กิโลแคลอรี่คาร์โบไฮเดรต 6.5 กรัมน้ำตาล 2.76 กรัมเส้นใย 0.5 กรัมไขมัน 0.1 กรัมโปรตีน 1 กรัมวิตามินเอ 476 ไมโครกรัม 53%เบต้าแคโรทีน 3,100 ไมโครกรัม 29%ลูทีน และ ซีแซนทีน 1,500 ไมโครกรัมวิตามินบี1 0.05 มิลลิกรัม 4%วิตามินบี2 0.11 มิลลิกรัม 9%วิตามินบี3 0.6 มิลลิกรัม 4%วิตามินบี5 0.298 มิลลิกรัม 6%วิตามินบี6 0.061 มิลลิกรัม 5%วิตามินบี9 16 ไมโครกรัม 4%วิตามินซี 9 มิลลิกรัม 11%วิตามินอี 0.44 มิลลิกรัม 3%วิตามินเค 1.1 ไมโครกรัม 1%ธาตุแคลเซียม 21 มิลลิกรัม 2%ธาตุเหล็ก 0.8 มิลลิกรัม 6%ธาตุแมกนีเซียม 12 มิลลิกรัม 3%ธาตุแมงกานีส 0.125 มิลลิกรัม 6%ธาตุฟอสฟอรัส 44 มิลลิกรัม 6%ธาตุโพแทสเซียม 340 มิลลิกรัม 7%ธาตุโซเดียม 1 มิลลิกรัม 0%ธาตุสังกะสี 0.32 มิลลิกรัม 3%