การเสริมจมูกด้วยซิลิโคน
ซิลิโคนเป็นวัสดุทางการแพทย์ ปรับแต่งรูปทรงขึ้นมาเพื่อใช้ในการเสริมจมูก เป็นวิธีที่แพร่หลายและได้ผลดีมากที่สุด เพราะซิลิโคนแท่งนั้นสามารถที่จะอยู่ในร่างกายมนุษย์ได้โดยไม่มีปฏิกิริยาที่เป็นอันตราย เพราะร่างกายสามารถสร้างพังพืดมาห่อหุ้มแท่งซิลิโคน ให้ยืดอยู่กับเนื้อเยื่อได้เป็นอย่างดี โดยข้อดีของซิลิโคนคือหากต้องการเปลี่ยนหรือเอาออกก็สามารถนำแท่งซิลิโคนออกมาได้หมด

ซิลิโคนแท่งที่ใช้ในการเสริมจมูก แบ่งเป็น 2 ประเภท 

   ประเภทซิลิโคนสำเร็จรูป : ซิลิโคนสำเร็จรูป มีรูปร่างพร้อมที่จะใส่มาแล้วจากโรงงาน มีขนาดความกว้างยาวที่ต่างกัน โดยก่อนทำเสริมจมูก แพทย์อาจปรับแต่งรูปทรงของซิลิโคนอีกเล็กน้อย เพื่อให้เหมาะสมกับโครงจมูกของแต่ละราย มีข้อดีคือได้รูปทรงที่แน่นอน โอกาสเอียงมีน้อยมาก และเนื้อซิลิโคนที่มีให้เลือก ความแข็ง-นิ่มได้หลายเกรด
ประเภทซิลิโคนที่เหลาเอง คือ ซิลิโคนแผ่นใหญ่ ๆ นำมาเหลาเองเพื่อให้ได้รูปทรงที่เหมาะกับรูปจมูกของแต่ละราย ไม่ว่าจะต้องการเสริมจมูกโด่งมากน้อยแค่ไหน ก็สามารถควบคุมรูปทรงโดยเหลาปรับแต่งได้ อย่างบริเวณปลายจมูกที่นิยมทำเป็นทรงหยดน้ำ ก็สามารถจัดแต่งได้ โดยต้องใช้ความชำนาญของศัลยแพทย์เป็นอย่างมาก
วัสดุซิลิโคนที่มีใช้ในปัจุบัน 
ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศอเมริกา (USA Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานพิเศษ  มีความปลอดภัยสูงคุณภาพดี (Medical Grade Silicone) มีความบริสุทธิ์ถึง 100% เนื้อซิลิโคนเป็นสีขาว เนียนละเอียดมาก โดยการสัมผัสแล้วซิลิโคนมีความนิ่มปานกลาง ไม่นิ่มจนเกินไป สามารถเหลาปรับแต่งรูปทรงได้ตามต้องการ มีความยืดหยุ่นสูง นอกจากนี้หลังเสริมยังไม่มีโอกาสที่จะยุบตัวลง  ทำให้จมูกโด่ง สวยเนียนมาก เหมาะกับผู้ที่มีเนื้อบริเวณของสันจมูกค่อนข้างมากหรือจมูกยาว (จึงเป็นที่นิยมเลือกใช้กันมากที่สุด)
ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศเกาหลี (Korea Silicone) เป็นซิลิโคนสำเร็จรูปแบบมาตรฐานพิเศษ คือ ช่วงโคนจมูกและปลายจมูกจะ มีความนิ่มมาก ๆ มีความยืดหยุ่นตัวสูง และด้วยความนิ่มมากของซิลิโคนประเภทนี้ ทำให้ สามารถบิดหรืองอจมูกได้ง่าย ทำให้ออกมาได้เหมือนเป็นจมูกที่เป็นธรรมชาติจริง ๆ ไม่มีโอกาสจะทะลุและเอียงได้เลย หลังเสริมจมูกจะดูเป็นธรรมชาติมากที่สุดเน้นสไตล์เกาหลี ไม่เน้นโด่งมากนัก จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากเสริมจมูกให้ดูเป็นธรรมชาติ
 
ซิลิโคนเสริมจมูกของประเทศญี่ปุ่น (Japan Silicone) เป็นซิลิโคนมาตรฐานธรรมดา วัสดุดิบบางตัวนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น โดยสั่งเข้ามาผลิตในไทย เนื้อซิลิโคนลักษณะเป็นสีเหลือง และค่อนข้างแข็ง หลังเสริมจะดูเป็นสันโด่ง แต่ไม่สามารถจับบิดได้
การเสริมจมูกด้วย Gore-Tex กอร์เท็กซ์

 กอร์เท็กซ์ หรืออีกชื่อว่า PTFE (Polytetrafluoroethylene) คือ วัสดุสังเคราะห์อย่างหนึ่ง เป็นวัสดุที่ได้รับการพิสูจน์ ว่าเป็นวัสดุที่ปลอดภัย ซึ่ง กอร์เท็กซ์ เป็น PTEF ชนิดมีรูพรุนเหมือนฟองน้ำ กอร์เท็กซ์ เป็นที่รู้จัก และถูกยอมรับสำหรับทำเส้นเลือดเทียมมากกว่า 50 ปีแล้วโดยแผ่น กอร์เท็กซ์ ยังได้รับความนิยมนำมาใช้เสริมใบหน้าในทางศัลยกรรม ได้แก่ การ เสริมจมูก ริมฝีปากและร่องแก้ม เป็นต้น โดยโครงสร้างในกอร์เท็กซ์มีรูเล็กๆ หลายรู ขนาด 10-30 ไมครอน ทำให้แตกต่างจากซิลิโคนตรงที่ไม่ก่อให้เกิดแคปซูลหดรัดตัว เนื้อเยื่อรอบๆในร่างกายจะเติบโตผ่านรูเล็กๆ เหล่านี้ได้ ทำให้จมูกมีรูปทรงเป็นธรรมชาติ ดูแทบไม่ออกว่าผ่านการทำศัลยกรรมมา แต่นานๆ ไป รูเล็กๆ เหล่านี้อาจบีบอัดกันและทำให้ความสูงของจมูกลดลง จึงทำให้กอร์เท็กซ์กับซิลิโคนมีข้อเสียต่างกัน กอร์เท็กซ์สามารถที่จะเสริมร่วมกับกระดูกอ่อนหลังใบหูเพื่อทำปลายให้ดูเป็นหยดน้ำ ซึ่งแพทย์จะแนะนำในกรณีที่คนไข้มีความเหมาะสมในการเสริมด้วย แต่กอร์เท็กซ์ยังสามารถช่วยให้รูปทรงของจมูกกลับคืนมาได้ โดยการดัดงุ้ม แต่ก็อาจมีอาการอักเสบอาจเกิดขึ้นได้แต่ไม่บ่อยนัก กอร์เท็กซ์จึงเป็นวัสดุที่ใช้เฉพาะกับคนที่มีผิวหนังบางหรือในการทำศัลยกรรม แก้ไขใหม่

การเสริมจมูกด้วย Gore-Tex แตกต่างกับ Silicone Gore-Tex มีความแตกต่างจากซิลิโคน โดยซิลิโคนจะถูกล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อร่างกาย เรียกได้ว่า เป็นการแยกส่วนกับเนื้อเยื่อขณะที่ Gore-Tex จะสามารถผสานกับเนื้อเยื่อ ที่อยู่รอบๆ ได้ เนื่องจากรูเล็กๆ ขนาด 0.5-30 ไมครอน ของตัว Gore-Tex ที่ทำให้เนื้อเยื่อแทรกผ่านเข้าไปเจริญเติบโตได้ ดังนั้น Gore-Tex จึงเหมือนกับ กลายเป็นส่วนหนึ่งในร่างกายและไม่ถูกต่อต้านจากร่างกาย ข้อดีของการการเสริมจมูกด้วย Gore-Tex

1.จมูกสวยได้รูปทรง ดูเป็นธรรมชาติ
2.มีความปลอดภัยเพราะเข้ากับเนื้อเยื่อได้ ไม่เกิดการต่อต้านโดยร่างกาย
3.จัดแต่งรูปทรงจมูกตามต้องการได้ง่ายกว่าแท่งซิลิโคน
4.Gore-Tex จะคงอยู่ได้ถาวร ไม่ถูกย่อยสลาย
การเสริมปลายจมูกด้วยกระดูกอ่อนหลังใบหู 
       
การนำกระดูกอ่อนหลังใบหูของตัวคนไข้มาช่วยเสริมบริเวณปลายจมูก ในกรณีที่ต้องการจมูกปลายหยดน้ำ หรือในรายที่เสริมจมูกด้วยซิลิโคนสูงมาก จนหนังปลายจมูกบาง จึงใช้กระดูดอ่อนหลังใบหูมาช่วยเสริมรองตำแหน่งปลายจมูก มักเสริมร่วมกับกอร์เท็กซ์ ทำให้รูปปลายจมูกสวยงามเป็นธรรมชาติ ดูแล้วเป็นหยดน้ำ โค้งมน ทำให้ดูเป็นธรรมชาติมาก
ข้อจำกัด  :   ของการเสริมกระดูกอ่อนหลังใบหูควรมีโครงสร้างจมูกเดิมที่ดีอยู่แล้ว แต่ต้องการแต่งเสริมบางส่วนเท่านั้น หากคนที่มีดั้งจมูกน้อย  อาจไม่สามารถทำได้เพราะต้องใช้กระดูกหลังใบหูมากกว่าปกติ ในขณะที่กระดูกหลังใบหูไม่สามารถนำมาใช้เยอะได้ เพราะอาจทำให้หูผิดรูป จึงควรใช้ซิลิโคนแทนในการเสริมจมูก ซึ่งจะให้ผลดีและได้รูปทรงของจมูกตามต้องการมากกว่า
การเสริมจมูกด้วยสารเติมแต่ง (Fillers)
การฉีดเสริมจมูกด้วยสารเติมแต่ง เป็นที่นิยมเพราะคนส่วนใหญ่เห็นว่าทำง่ายเหมือนฉีดยา ไม่บอบช้ำเหมือนการผ่าตัด ใช้เวลาไม่กี่นาที สามารถกลับไปทำงานได้ทันที จึงทำให้มีการฉีดเสริมจมูกมากขึ้นการฉีดเสริมจมูกมีข้อควรระวังคือ ถ้าใช้สารที่ไม่ปลอดภัยอาจทำให้เกิดเป็นก้อนในภายหลัง และจมูกผิดรูปได้ ซึ่งการแก้ไขจะทำได้ยากมากเพราะไม่สามารถใช้เครื่องมือใดๆ ไปดูดสารดังกล่าวออกมาได้ ดังนั้นจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกใช้ Fillers ที่ปลอดภัยในการฉีดเสริมจมูก 
 
ข้อดีดังนี้
1.ไม่ต้องผ่าตัดเสริม  ไม่ต้องพักฟื้น
2.ฉีดเสร็จ ภายใน10-20 นาที
3.หลังฉีดเสร็จจมูกก็โด่งทันตา
4.ไม่เจ็บ ไม่บวมมาก กลับไปทำงานได้ตามปกติ  
5.ถ้าไม่พอใจก็ฉีดสลายได้    
6.สารไฮยาลูโลนิก มีอายุโดยเฉลี่ย1-2 ปี   แล้วจะสลายไปเองตามธรรมชาติโดยไม่มีร่องรอยใดๆทิ้งไว้
ข้อควรปฏิบัติหลังการฉีด Hyaluronic Acid
•  หลังการรักษา 24-48 ชั่วโมง อาจเกิดอาการบวม หรือมีรอยแดงในบริเวณที่ทำการรักษา ถือเป็นอาการปกติและจะหายไปได้เอง
•   หลีกเลี่ยงสารที่มีส่วนผสมของ AHA, BHA, ครีมหรือเจลที่มีส่วนผสมของ Retinoid
•   สามารถใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ light water base หรือเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของ oil-free ในบริเวณอื่นๆได้
•   ควรดื่มน้ำสะอาดมากๆ จะช่วยให้การแทรกซึมของสารเติมผิวเป็นไปได้ดีขึ้น
• หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ เนื่องจากเป็นสาเหตุของการทำให้เส้นเลือดขยาย อาจทำให้เกิดอาการบวมหรือแดงมากขึ้นได้
•   หลีกเลี่ยงการออกกำลังการหนักๆ หรือสัมผัสความร้อนจัด และหนาวจัด เช่น การทำ hot spa, sauna, aerobic
•   งดนอนกดทับหรือบีบจับบริเวณที่ฉีดแรงๆ จะทำให้สารที่ฉีดเคลื่อนที่ได้
 ข้อระวังก่อนตัดสินใจฉีดจมูก
1.  ต้องแน่ใจว่าแพทย์ใช้สาร Hyarulonic ที่ปลอดภัยและสามารถสลายได้โดยไม่ยุ่งยาก    
2.  เทคนิคการฉีดต้องถูกต้องเหมาะสม ฉีดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   
3.  การฉีดสารไฮยาลูโลนิกไม่สามารถปั้นแต่งให้สันจมูกเป็นแท่งเรียวได้เหมือนการผ่าตัดเสริมซิลิโคน
การเสริมจมูกด้วยไขมันตัวเอง
ผู้ที่อยากเสริมจมูกส่วนหนึ่งมักไม่อยากใช้ซิลิโคนเสริมเนื่องจากมีความรู้สึกว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมภายนอก กังวลว่าจะดูไม่เป็นธรรมชาติ กลัวว่าจะมีปัญหาในอนาคต   ปัจจุบันก็มีการนำไขมันจากตัวคนไข้เองมาเสริมจมูกซึ่งก็มีความปลอดภัยสูง แต่มีข้อจำกัดของการเสริมจมูกด้วยไขมันคือไขมันบางส่วนละลายไปบ้าง แต่พบน้อยราย โดยไขมันของแต่ละคนจะละลายมากน้อยต่างกัน เช่น ถ้าเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำไขมันจะแข็งแรงและอยู่ติดทน รวมถึงเทคนิคต่างๆที่ทำของแพทย์ด้วย  การเสริมจมูกด้วยวิธีจึงนี้เหมาะสมกับ ผู้ที่มีสภาพปัญหาไม่มาก เช่น ปลายจมูกสวยแต่ขาดดั้งเล็กน้อย ผู้ที่ไม่อยากใช้ซิลิโคนหรือสารภายนอก ผู้ที่ต้องการเสริมให้ดูเป็นธรรมชาติ 

ข้อดี 
1.  มันจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุและตามสรีระคนไข้ ไม่ว่าอ้วนหรือผอม
2.  ไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้เนื่องจากเป็นเนื้อเยื่อของร่างกายเอง
3.  ได้ความเป็นธรรมชาติ
4.  ไม่มีปัญหาในเรื่องของทะลุหรือเอียง
ข้อเสีย
1.  บางคนไม่สามารถปลูกถ่ายย้ายไขมันได้ถ้ามีรูปทรงจมูกของเดิมไม่ดีเพราะไม่สามารถงัด ตัด หรือบิดได้
2.  รูปร่างของจมูกอาจจะไม่ได้ตามต้องการเหมือนการเสริมด้วยซิลิโคนหรือวัสดุที่คงรูปกว่า
 
วิธีการการเสริมจมูกด้วยไขมัน สามารถทำได้ 2 วิธี คือ 
1. ใช้วิธีการดูดไขมันด้วย ใช้เข็มดูดขนาดเล็ก ดูดไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขา แล้วแยกเอาไขมันที่กลายเป็นน้ำออก เอาเฉพาะส่วนไขมันที่ยังคงสภาพเป็นเซลล์อยู่ นำไปฉีดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณที่จะเสริมจมูก
2. ตัดไขมันจากบริเวณหน้า, ต้นขา, ก้นกบ มาเป็นชิ้น แล้วนำไปสอดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณจมูกที่ต้องการเสริม
 
การดูแลบาดแผล
•  ในช่วง 1-2 วันแรก ควรพักผ่อนมากๆ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย และระวังการกระทบกระแทก
•  ไม่ให้บาดแผลโดนน้ำอย่างน้อย 5 วัน หลังจากนั้นล้างหน้าได้ตามปกติ
•  นอนหนุนศีรษะให้สูงปกติ
•  ประคบด้วยน้ำแข็งใน 1-2 วันแรก (ประคบครั้งละ 15 นาที และเว้นระยะห่าง 15 นาที) 
•  ควรรับประทานอาหารอ่อน งดอาหารแข็งที่ต้องขบเคี้ยว
•  ไม่ควรแกะบาดแผลหรือเศษเลือดที่ติดอยู่และไม่สั่งน้ำมูกแรงๆ 
•  ถ้ามีอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์
•  ห้ามทายาฮีรูดอยล์หรือยาอื่นๆ ที่แผล
บทความแป๋ว